ข้อมูลปฐมภูมิ (primary data) และข้อมูลทุติยภูมิ (secondary data)

การแบ่งประเภทของข้อมูลโดยอาศัยแหล่งที่มาของข้อมูล
การแบ่งประเภทของข้อมูลโดยอาศัยแหล่งที่มาของข้อมูล

ประเภทของข้อมูล

ในระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย นักเรียนจะศึกษาการแบ่งประเภทของข้อมูลโดยหลักเกณฑ์การแบ่งประเภทดังต่อไปนี้
1. แหล่งที่มาของข้อมูล
2. ระยะเวลาในการจัดเก็บข้อมูล
3. ลักษณะของข้อมูล

การแบ่งประเภทของข้อมูลโดยอาศัยแหล่งที่มาของข้อมูล

ข้อมูลปฐมภูมิ (primary data)

คือ ข้อมูลที่นักเรียนเก็บจากแหล่งกำเนิดข้อมูลโดยตรง เช่น

  • ข้อมูลการเข้าใช้ห้องสมุดของโรงเรียน เป็นข้อมูลปฐมภูมิของบรรณารักษ์ห้องสมุด
  • ข้อมูลจากการทดลองทางวิทยาศาสตร์ เป็นข้อมูลปฐมภูมิของนักเรียนที่ทำการทดลอง

การเก็บรวบรวมข้อมูลแบบปฐมภูมิ สามารถทำได้ 2 วิธี ได้แก่ การสำมะโน (census) เป็นการเก็บรวบรวมข้อมูลจากทุกๆ หน่วยของประชากร เหมาะสำหรับข้อมูลขนาดเล็ก เช่น การสำรวจความคิดเห็นของนักเรียนโรงเรียนแห่งหนึ่งเกี่ยวกับการสอบ O-NET หรือข้อมูลที่ต้องการความแม่นยำสูง มักพบได้จากการสำมะโนของสำนักงานสถิติแห่งชาติซึ่งจะจัดทำขึ้นทุกๆ 5 ปี หรือ 10 ปี เช่น สำมะโนประชากรและเคหะ สำมะโนการเกษตร ฯลฯ ข้อมูลที่ได้จากการสำมะโนจะเป็นข้อมูลที่ค่อนข้างแม่นยำ เนื่องจากเป็นค่าจริงไม่ใช่ค่าประมาณ ข้อเสียที่เด่นชัดของการสำมะโน คือ หากขนาดของประชากรมีขนาดใหญ่ ผู้เก็บข้อมูลจะต้องใช้เวลามากในการเก็บข้อมูลทุกหน่วย รวมถึงมีค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานสูง อีกวิธีที่นิยมใช้สำหรับการเก็บข้อมูลแบบปฐมภูมิที่มีประชากรขนาดใหญ่ คือ การสำรวจตัวอย่าง (sample survey) เป็นวิธีการคัดเลือกตัวอย่างมาใช้เป็นตัวแทนของประชากรทั้งหมด ข้อมูลที่ได้จากการสำรวจตัวอย่างจะเป็นค่าประมาณ ทำให้มีความแม่นยำน้อยกว่าข้อมูลที่ได้จากการสำมะโน ข้อดีของการสำรวจตัวอย่างคือ ผู้เก็บข้อมูลจากใช้งบประมาณและเวลาค่อนข้างน้อยในการเก็บข้อมูล

ข้อมูลทุติยภูมิ (secondary data)

คือ ข้อมูลที่นักเรียนนำมาจากบุคคลอื่น หรือหน่วยงานอื่น ข้อมูลประเภทนี้ นักเรียนจะไม่ได้ลงมือเก็บรวบรวมด้วยตนเอง โดยส่วนใหญ่แล้วข้อมูลประเภทนี้มักเป็นข้อมูลที่เก็บรวบรวมโดยหน่วยงานต่างๆ ทั้งภาครัฐและเอกชน เช่น

  • ข้อมูลประชากรในกรุงเทพมหานคร ประจำเดือน มีนาคม พ.ศ. 2564 จัดเป็นข้อมูลปฐมภูมิของสำนักงานเขตแต่ละเขตในกรุงเทพมหานคร แต่จะเป็นข้อมูลทุติยภูมิของบุคคล หรือ หน่วยงาน ที่ต้องการอ้างถึงจำนวนประชากรในกรุงเทพมหานคร
  • ข้อมูลการใช้บริการแผนก OPD ของโรงพยาบาล ประจำปี พ.ศ.2564 จัดเป็นข้อมูลปฐมภูมิของโรงพยาบาล แต่เมื่อโรงพยาบาลส่งรายงานให้กระทรวงสาธารณสุข ข้อมูลดังกล่าวจะเป็นข้อมูลทุติยภูมิของกรวงสาธารณาสุข

ข้อดีของการเก็บข้อมูลแบบทุติยภูมิ คือ นักเรียนไม่ต้องเสียเวลาในการเก็บข้อมูล อีกทั้งมีความสะดวกและรวดเร็วในการนำไปใช้งาน อย่างไรก็ตามเนื่องข้อมูลประเภทนี้นักเรียนไม่ได้ลงมือเก็บรวบรวมจากแหล่งกำเนิดโดยตนเอง ทำให้ข้อมูลที่นักเรียนนำมาใช้งานอาจมีโอกาสผิดพลาดได้ง่าย นักเรียนควรคำนึงถึงปัจจัยต่างๆ ที่อาจส่งผลต่อความถูกต้องของข้อมูลทุติยภูมิ เช่น บุคคล หรือ หน่วยงาน ที่จัดเก็บข้อมูลจากแหล่งกำเนิด มีความรู้ความเชี่ยวชาญและความน่าเชื่อถือมากน้อยเพียงใด รวมถึงข้อมูลที่จัดเก็บมีความชัดเจนและหลักฐานอ้างอิงที่น่าเชื่อถือหรือไม่

Scroll to Top